วันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วิตามินซี (Vitamin C) ประโยชน์ของวิตามินซี






พูดถึงวิตามินซี (Vitamin C) คงไม่มีใครรู้จักแน่นอนโดยเฉพาะสาวๆมักจะชอบทานวิตามินซีกันมาก เพราะต้องการให้ช่วยเรื่องผิวพรรณ ให้ขาวเนียนใสนั่นเอง บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับวิตามินซีให้มากขึ้นกันครับ ว่านอกจากวิตามินซีจะช่วยเรื่องผิวพรรณแล้วมันยังมีประโยชน์อะไรอีกบ้าง

วิตามินซี (Vitamin C) หรือกรดแอล-แอสคอร์บิก (L-ascorbic acid) หรือ แอล-แอสคอร์เบต (L-ascorbate) เป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ ร่างกายสร้างขึ้นเองไม่ได้ ต้องได้รับจากการรับประทานเข้าไป วิตามินซีพบมากในผลไม้เช่น ฝรั่ง หรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว และผักตระกูลกะหล่ำ เป็นต้น

วิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต่อต้านสารก่อมะเร็ง ช่วยควบคุมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ประโยชน์อื่นๆของวิตามินซีมีอยู่มากมาย ยกตัวอย่างเช่น

- ช่วยในการผลิตคอลลาเจน

- ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง กระจ่างใส ลดรอยด่างดำ

- ช่วยป้องกันและช่วยรักษาการทำลายผิวจากแสงแดด

- ป้องกันไมเกรน ช่วยลดความเครียด

- ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ลดอัตราเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

- ช่วยให้แผลสดแผลไฟไหม้หายเร็วขึ้น

- ช่วยแก้โรคออกตามไรฟัน ทำให้เหงือกมีสุขภาพแข็งแรง

- ช่วยการป้องกันโรคต้อกระจก

- ช่วยให้การดูดซึมธาตุเหล็กดีขึ้น

- ช่วยลดอาการแพ้ หอบหืด หรือไซนัส

- ช่วยในการรักษาและป้องกันโรคหวัด


- การได้รับวิตามินซีในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดเกิดโรคเกาต์ เพราะวิตามินซีจะทำให้เกิดปัญหาการสะสมธาตุเหล็กตามกระดูกข้อต่อต่างๆ มากขึ้น

- การได้รับวิตามินซีในปริมาณมากเกินไป อาจไปรบกวนการดูดซึมของทองแดงและซีลีเนียม ซึ่งส่งผลให้มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดนิวในไต

- หากได้รับวิตามินซีในปริมาณมากเกิน ไปอาจทำให้ท้องเสีย ท้องอืด ท้องเฟ้อได้


ปกติรายกายควรรับปริมาณวิตามินซีไม่น้อยกว่า 60 มิลลิกรัมต่อวัน คนสูบบุหรี่อาจต้องการถึง 200 มิลลิกรัมต่อวัน แต่อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารเสริมสุขภาพได้ให้คำแนะนำว่า เพื่อประสิทธิภาพที่ดีต่อสุขภาพร่างกายควรจะต้องรับประทานวิตามินซีอย่างน้อย 100-200 มิลลิกรัมต่อวัน สำหรับคนที่เครียดบ่อยๆควรรับประทานวันละ 500 มิลลิกรัมต่อวัน ปริมาณที่แนะนำให้รับประทานต่อวันสำหรับคนที่ทานอาหารเสริมวิตามินซีคือ ในหนึ่งวันให้แบ่งทานเป็นตอนเช้ากับตอนเย็น ครั้งละ 500 – 1,000 mg.




SWANSON PREMIUM BRAND VitaminC 

1 ขวด 250 แคปซูล 1,000 มิลลิกรัม ราคา 2,500 บาท 

วิธีรับประทาน รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล หลังอาหาร เช้า

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

คุณ วราพร แคล้วศึก

โทร. 085-9083178


อีเมลล์ pannfitmedical@gmail.com



วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ไม่ยาก…สู่การมีสุขภาพดีแข็งแรงจ๋า





ช่องทางของการมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงนั้น มีให้เลือกทำอย่างหลากหลายเลยทีเดียว เช่นกันกับวิธีที่เรานำมาเสนอนี้ก็เป็นวิธีที่ง่ายแสนง่าย เพื่อเนรมิตรูปร่างและการมีสุขภาพที่ดีแข็งแรงไว้มอบเป็นของขวัญให้กับชีวิตกันแล้วค่ะ ด้วยวิธีง่ายๆ เหล่านี้ ไปลองทำพร้อมกันนะคะ


ตู้เย็นเป็นโกดังหรือคลังสต็อกอาหารแหล่งใหญ่ของชีวิต การที่คุณจะแข็งแรง สุขภาพรูปร่างดีหรืออย่างไรนั้น ก็อยู่ที่อาหารในตู้เย็นแทบทั้งสิ้นเลยค่ะ หากเมื่อก่อนคุณเคยชินกับการทานอาหารแบบผิดๆ เปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านั้นซะ แล้วซื้อผักผลไม้ตุนไว้ให้มากๆ แนะนำ กระหล่ำปลี แครอท แอปเปิ้ล สัปปะรดและส้มค่ะ เนื่องจากผัก ผลไม้เหล่านี้สามารถช่วยควบคุมน้ำหนักตัวได้ แถมช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ด้วย


ดื่มน้ำให้ได้วันละ 8-10 แก้วก็เท่ากับเติมความต้องการของร่างกายได้แล้ว อีกทั้งน้ำยังมีสรรพคุณช่วยบำบัดและป้องกันโรคต่างๆ ได้อีกด้วย แถมผิวพรรณยังสวยผ่องใสจากภายในอีกด้วยนะ


เหมาะอย่างยิ่งกับอาหารมื้อเช้าหรือในยามบ่ายๆ ที่คุณกำลังต้องการเสริมอาหารเพื่อให้ร่างกายไม่อ่อนแรงล้า หยิบขนมปังโฮลวีทขึ้นทานสัก 2 แผ่น ในวิตามินบีจากขนมปังโฮลวีทสามารถช่วยฟื้นตัวของร่างกายและกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท ทำให้สมองสดชื่น อารมณ์แจ่มใส ไม่ง่วง และยังมีไฟเบอร์สูงช่วยลดอาการท้องผูกได้ ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกเช่นเดียวกัน เพราะไฟเบอร์จะคอยทำหน้าที่กวาดล้างของเสียนั่นเอง


หาโอกาสผ่อนคลายความเครียดเสียบ้าง อาจจะเปลือยเท้าเดินย่ำบนหาดทรายยามเย็นหรือสนามหญ้าผืนนุ่มๆ ก็ได้ เป็นการช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปพร้อมกัน


แสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้าไม่เกิน 10 โมงเป็นต้นไป เป็นช่วงที่ดีมากๆ เพราะหากร่างกายได้รับแสงแดดเท่ากับได้รับวิตามินดีเข้าสู่ร่างกายไปพร้อมกันด้วย และยังช่วยให้ร่างกายสดชื่น สมองโปร่ง อารมณ์สดใสอีกต่างหาก


การออกกำลังกายเปรียบได้กับยาอายุวัฒนะเลยก็ว่าได้ เนื่องจากการออกกำลังกายจะช่วยชะลอความแก่ชรา กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้สุขภาพจิตและกายแข็งแรง สดใสอยู่ตลอด ไม่ก่อให้เกิดปัญหาความเครียด อาจหาเวลาจ๊อกกิ้งยามเช้าหรือเย็นก็ได้ค่ะ สัปดาห์ละ 3 วันละๆ 30 นาทีก็นับว่าช่วยคืนสุขภาพที่ดีให้คุณได้แล้ว


ดูรายละเอียดที่http://pannfit.blogspot.com/


คุณวราพร แคล้วศึก โทร 085-9083178

3เคล็ดลับสู่การเป็นสาวสุขภาพดี





เรื่องของอาหารการกินนับเป็นเรื่องสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้สุขภาพร่างกายของคุณแข็งแรงสดชื่นได้ แต่การกินอาหารนั้นก็มีรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายอย่างที่คุณต้องรู้ เพราะพฤติกรรมการกินบางครั้งก็ไม่ได้ช่วยให้คุณมีร่างกายแข็งแรงได้ ในวันนี้เราจึงขอพาสาวๆ มาทำความรู้จักกับ 3 เคล็ดลับสู่การเป็นสาวสุขภาพดีกันค่ะ
ร่างกายแข้งแรง


การเปลี่ยนแปลงเมนูอาหารบ้างจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่แตกต่าง เพราะหากคุณกินแต่อาหารมื้อเดิม ๆ ทุกวัน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย แทนที่คุณจะได้รับคุณประโยชน์จากอาหารที่กินเข้าไป กลายเป็นว่าร่างกายคุณอาจขาดสารอาหารก็เป็นได้ ทางแก้คือใน 1 วัน ให้เลือกกินอาหารที่มีหลากหลายหมวดหมู่เป็งองค์ประกอบ ได้แก่ ผัก ผลไม้ ธัญพืช ไขมัน และนม ซึ่งร่างกายจะได้รับสารอาหารทั้งวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้นได้


ทราบไหมว่าธัญพืชนั้นสามารถช่วยคุณป้องกันโรคเรื้อรังต่างๆ ได้ เช่น โรคมะเร็ง โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคลม และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติต่อต้านคอเรสเตอรอลได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์สูง เมื่อทานแล้วจึงอิ่มท้องนานคุณจึงไม่ต้องหิวโหยอยู่บ่อยๆ


เพราะการกินอาหารระหว่างมื้อมีข้อดีไม่แพ้การกินอาหารมื้อหลัก เนื่องจากช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ไม่ทำให้คุณหิวและพลอยกินจุกจิก อีกทั้งการกินอาหารระหว่างมื้อหลักนั้นยังช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารจำพวกวิตามิน เกลือแร่ไปใช้งานเต็มที่ได้อีกทางหนึ่งด้วย ทำให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ไม่เหนื่อยล้าง่ายนั่นเอง



คุณวราพร แคล้วศึก โทร 085-9083178

ดูรายละเอียดที่http://pannfit.blogspot.com/

วันอังคารที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ผลไม้ 5 ชนิดช่วยบำรุงเลือด






ผล การวิจัยในสหรัฐพบว่า ทับทิมสามารถรักษาผู้ป่วยเบาหวานได้ด้วยคุณสมบัติช่วยกักเก็บเซลล์เม็ดเลือด แดง โดยให้ผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 10 คนดื่มน้ำทับทิมคั้นสดวันละ 1 แก้ว (6 ออนซ์) เป็นเวลา 3 เดือน ผลคือร่างกายมีระดับอินซูลินในกระแสเลือดลดลง ระบบไหลเวียนโลหิตเป็นปกติขึ้น อาการมึนงง อ่อนเพลีย และผมร่วงลดลง อีกทั้งผิวพรรณก็สดใสขึ้นกว่าเดิม


อุดม ด้วยโปรตีนจึงช่วยเติมร่องรอยผิวให้ดูเรียบตึง ผลการวิจัยพบว่า แก้วมังกรเนื้อแดงดีต่อระบบไหลเวียนโลหิต และมีธาตุเหล็กอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการสร้างเซลล์เม็ดเลือด นอกจากนี้ไฟเบอร์ในผลแก้วมังกรยังช่วยฟื้นฟูความแข็งแรงบริเวณช่องคลอด บรรเทาอาการตกขาวที่ผิดปกติ (มีสีเหลืองปนหนอง ปนเลือดและมีกลิ่นเหม็น)


ด้วย คุณสมบัติของวิตามินซีที่อุดมอยู่ในผลสตรอว์เบอร์รี ช่วยบำรุงเซลล์เม็ดเลือดแดง เมล็ดเล็กๆ ที่อยู่ในเนื้อสตรอว์เบอร์รีช่วยลำเลียงออกซิเจนในกระบวนการขจัดเลือดเสีย จากผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Food Chemistry พบว่าอาสาสมัครผู้บริโภคสตรอว์เบอร์รีสดทุกวันประมาณ 2 ถ้วยตวงติดต่อกันนาน 1 เดือน มีผลการตรวจเลือดพบว่าเซลล์เม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้นอย่างเป็นปกติมากขึ้นคือ 4, 8, 12, 16 เซลล์จึงส่งผลให้ผิวพรรณภายนอกดูเรียบเนียนเปล่งปลั่งขึ้น


ด้วย คุณสมบัติของแร่ธาตุแมกนีเซียมที่อุดมอยู่ในกล้วย ช่วยบำรุงผิวที่ขาวซีดให้กลับมาเปล่งปลั่งดูมีเลือดฝาด จากผลการวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ใน American Journal of Epidemiology เผยว่าการบริโภคกล้วยเป็นประจำทุกวันส่งผลต่อสุขภาพเลือดคือ ช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคลูคีเมีย (มะเร็งเม็ดเลือดขาว) โดยเฉพาะในเด็กช่วงอายุ 0-2 ปี


จาก ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยเนราดาในสหรัฐเผยว่า หากบริโภคแตงโมเพียงครึ่งผลต่อวันดีต่อระบบไหลเวียนโลหิต เพราะกรดอะมิโนอาร์จีโนน์ (Arginine) ที่ร่างกายเปลี่ยนให้เป็นสารในตริกออกไซด์ (Nitric oxide) ทำให้เลือดสมบูรณ์ขึ้นถึงร้อยละ 22 จึงช่วยป้องกันภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย และภาวะหลอดเลือดแข็งตัว



คุณวราพร แคล้วศึก โทร 085-9083178

ดูรายละเอียดที่http://pannfit.blogspot.com/




วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2556

โรคหลอดเลือดสมอง







        
โรคหลอดเลือดสมอง เรียกว่า strokes หรือ brain attack ก่อให้เกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต หรือทุพพลภาพได้ ไม่ว่าจะเกิดจากเส้นเลือดสมองแตก เส้นเลือดตีบ หรือก้อนเลือดอุดตัน

         
อัมพาต หมายถึง ภาวะที่สมองขาดเลือดหรือมีเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ยังผลให้เซลล์ในสมองและการทำงานของสมองหยุดชะงัก ผู้ป่วยบางคนอาจจะมีอาการชนิดถาวร หรือบางคนอาจเป็นเพียงชั่วครั้งชั่วคราว เรียกว่า อัมพฤกต์

         
สาเหตุที่สำคัญที่สุดของอัมพาต อัมพฤกต์ คือโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งจริงๆ แล้วจัดเป็นกลุ่มของโรคที่มีหลายชนิดหลายประเภท กลไกการเกิดโรคอาจแตกต่างกันไปได้บ้าง แต่สุดท้ายส่งผลร้ายอันตรายต่อชีวิตหรือทุพพลภาพเหมือนๆ กัน

         ผู้ป่วยอัมพาตส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยที่สูงอายุ แต่อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยที่อายุน้อย ก็อาจเกิดอัมพาตได้เช่นเดียวกัน ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงโรคร่วมด้วย ดังนั้นแนวทางการป้องกันจึงมีความสำคัญสูงสุด ก่อนที่จะเกิดโรคขึ้นแล้วจึงมาบำบัดดูแลรักษาในภายหลัง



คุณวราพร แคล้วศึก โทร 085-9083178

ดูรายละเอียดที่http://pannfit.blogspot.com/

วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2556

10 วิธีเพื่อให้การนอนหลับดีขึ้น


ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องการนอน คุณอาจจะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง เพื่อให้การนอนของคุณมีคุณภาพมากขึ้นคุณเป็นคนนึงที่รู้สึกง่วงตลอดทั้งวันหรือเปล่าครับ สาเหตุหนึ่งอาจจะเกิดจากการนอนหลับไม่เพียงพอ อาจจะมาจากเรื่องจากที่ทำงาน งานบ้าน หรือการดูแลลูก ที่ทำให้คุณไม่สามารถหลับได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของความวิตกกังวลจากเรื่องทางการเงิน การเมือง ความสัมพันธ์ในครอบครัว รวมทั้งเรื่องของจากโรคบางชนิดปัจจัยหลาย ๆ เรื่องคุณคงจะไม่สามารถไปจัดการกับมันได้ แต่คุณสามารถสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นและสร้างนิสัยการนอน เพื่อให้สามารถหลับได้สนิทตลอดทั้งคืน ลองวิธีการเหล่านี้ดูนะครับ




1.พยายามเาข้อนนเ ใวลาเดียวกันทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นวันทำงานหรือวันหยุดก็ตาม การทำแบบนี้จะทำให้วงจรการหลับการตื่นของร่างกายทำงานได้ดี และจะช่วยทำให้คุณสามารถหลับได้ง่ายขึ้น

2. อย่ารับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มในปริมาณมากก่อนเวลานอน พยายามรับประทานอาหารเย็นแบบเบา ๆ ควรจะก่อนเวลาที่จะเข้านอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องกรดไหลย้อน พยายามเลี่ยงอาหารเผ็ดและอาหารมันเพราะจะทำให้อาการกรดไหลย้อนเป็นมากขึ้นซึ่งจะเป็นปัญหาในการนอนต่อมา สำหรับเรื่องเครื่องดื่มก็เช่นเดียวกันครับการดื่มน้ำมากเกินไปจะทำให้คุณต้องตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก

3. หลีกเลี่ยงบุหรี่ กาแฟ คาเฟอืน และแอลกอฮอล์ สารเหล่านี้จะทำให้ไม่ง่วง คนที่สูบบุหรี่มักจะมีอาการอยากบุหรี่ในช่วงกลางดึก และการสูบบุหรี่ก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพอยู่แล้ว สำหรับเรื่องกาแฟและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอืนไม่ควรได้รับภายใน 8 ชั่วโมงก่อนนอน สำหรับแอลกอฮอล์มีความเชื่อว่าจะทำให้หลับ แต่จริง ๆ แล้วจะรบกวนการนอนของคุณ

4. ออกกำลังกายเป็นประจำ โดยเฉพาะการออกกำลังกายประเภท แอโรบิก จะช่วยให้หลับได้ดีขึ้น แต่ไม่ควรออกกำลังกายดึกเกินไปนะครับ เพราะยิ่งทำให้หลับยากเหมือนกัน

5. จัดสิ่งแวดล้อมในห้องนอน ให้เย็น มืด เงียบ และรู้สึกสบาย พยายามปิดโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ วิทยุ หรือถ้าไม่มีไว้ในห้องนอนด้วยยิ่งดีครับ


6. พยายามเลี่ยงการนอนกลางวัน ถ้าติดนิสัยการนอนกลางวันพยายามจำกัดไม่เกินครึ่งชั่วโมงในช่วงไม่เป็นเวลาเย็นเกินไป ถ้าคุณเป็นคนที่ทำงานในเวลากลางคืน ควรจัดเป็นม่านกันแสง เพื่อไม่ให้รบกวนการนอน เพราะแสงสว่างจะรบกวน biological clock ของคุณ

7. เลือกที่นอนและหมอนที่ทำให้คุณหลับได้สบาย ซึ่งแต่ละคนคงไม่เหมือนกัน ถ้าสัตว์เลี้ยงของคุณรบกวนคุณในเวลานอน ควรจำกัดไม่ให้เข้าในห้องนอน

8. สร้างพฤติกรรมที่ผ่อนคลายเป็นประจำในช่วงก่อนนอน ซึ่งเป็นการทำกิจกรรมเดิม ๆ ที่เป็นการเตือนว่าใกล้จะถึงเวลานอนแล้ว เช่น นั่งสมาธิ ฟังเพลงเบา ๆ อาบน้ำอุ่น

9. เข้านอนเมื่อคุณรู้สึกง่วง ปิดไฟให้มืด แต่ถ้าคุณยังไม่หลับใน 20 นาที อาจจะลุกขึ้นมาหากิจกรรมทำสักเล็กน้อย บางคนยิ่งไปกังวลเรื่องนอนไม่หลับ ทำให้ยิ่งเครียดและนอนไม่หลับยิ่งกว่าเดิม

10. เลือกใช้ยานอนหลับเป็นทางเลือกสุดท้าย และควรจะพบแพทย์เพื่อปรึกษาก่อนที่จะได้เริ่มใช้ยา และใช้ยาเท่าที่จำเป็นเท่านั้น


คุณวราพร แคล้วศึก โทร 085-9083178

ดูรายละเอียดที่http://pannfit.blogspot.com/







วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556

8 วิธีบำรุงผิวอย่างมีประสิทธิภาพ

8 วิธีบำรุงผิวอย่างมีประสิทธิภาพ




         เพราะการบำรุงผิวไม่ได้หมายถึงการทาครีมบำรุงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการบำรุงผิวอย่างถูกวิธี และเตรียมสภาพผิวหน้าให้พร้อมรับการบำรุง เพื่อให้สารบำรุงต่าง ๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนจะเตรียมผิวหน้าให้ได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่อย่างไรมาดูกันค่ะ

 1. สครับผิว

         เซลล์ผิวหนังชั้นนอกสุดที่เริ่มหมดสภาพ จะทำหน้าที่คล้ายกำแพงที่ขัดขวางไม่ให้สารบำรุงผิวต่าง ๆ ผ่านลงสู่ชั้นผิวด้านล่างได้สะดวก ทำให้ผิวชั้นล่างไม่สดใส รวมทั้งชั้นบนเองก็หมองคล้ำอย่างเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพด้วย ลองสครับผิวด้วยสครับสูตรอ่อนโยนเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อขจัดผิวที่เสื่อมสภาพชั้นบนสุดออก เปิดทางให้ผิวชั้นล่างที่สดใสกว่าขึ้นมาทดแทน พร้อมทั้งรับการบำรุงได้อย่างเต็มที่ด้วย

 2. เรียงลำดับการใช้ครีมบำรุงอย่างเหมาะสม

         จงจำไว้ว่าอะไรก็ตามที่ทาลงไปก่อนจะซึมซาบลงสู่ผิวได้ดีที่สุด เพราะฉะนั้น หากคุณต้องการให้ครีมบำรุงผิวชนิดใดออกฤทธิ์ดีที่สุด ก็ต้องทาครีมชนิดนั้นเป็นลำดับแรก อย่างเช่น หากต้องการให้รอยด่างดำดูจางลง ก็ต้องใช้ครีมลดรอยด่างดำก่อนครีมบำรุงผิวชนิดอื่น หรือหากคุณต้องการแก้ปัญหาผิวสองอย่างควบคู่ไปด้วยกัน อย่างเรื่องสิวและรอยด่างดำ ให้สลับใช้ครีมทั้งสองนั้นเป็นลำดับแรกสลับกันในช่วงเช้าและเย็น นอกจากกฎข้อนี้แล้ว สิ่งที่ควรทำตามอีกหนึ่งประการในการใช้ครีมบำรุงก็คือ ใช้ครีมที่มีความเข้มข้นน้อยไปหาครีมที่มีความเข้มข้นมาก อันจะทำให้สามารถซึมซาบลงสู่ผิวได้ดีพอ ๆ กันตามลำดับความเข้มข้นของมัน

  3.ใช้ครีมบำรุงหลังล้างหน้าเสร็จใหม่ ๆ 

         ผิวหน้าที่เพิ่งผ่านการล้างมา มีคุณสมบัติคล้ายฟองน้ำ ซึ่งจะดูดซับสารบำรุงต่าง ๆ ได้ดีเยี่ยม เพราะฉะนั้นเวลาหลังอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ จึงเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดในการทาครีมบำรุงผิว

  4. ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น

         การล้างหน้าด้วยน้ำพออุ่น ๆ เป็นการวอร์มผิวให้พร้อมรับการบำรุง อุณหภูมิจากน้ำอุ่นจะทำให้เซลล์ผิวรวมทั้งเส้นเลือดฝอยที่อยู่ใต้ผิวหนังขยายตัวเพื่อคายความร้อนที่สูงขึ้น นั่นหมายความว่ามีพื้นผิวที่พร้อมรับสารอาหารที่มีประโยชน์จากครีมบำรุงเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

 
 5. ทาครีมเนื้อหนักทับหลังการบำรุงผิว

         การทาครีมเนื้อหนักอย่างครีมที่มีส่วนผสมของปิโตรเลียมเจล เนเชอรัลบัตเตอร์ แว็กซ์ หรือ ออยล์ เป็นส่วนผสมหลัก เป็นลำดับสุดท้ายหลังจากเสร็จสิ้นการทาครีมบำรุงผิวอื่น ๆ จะเป็นการกักให้ครีมบำรุงผิวนั้นซึมลงสู่ผิวหน้าและทำงานได้อย่างเต็มที่ แต่มีข้อยกเว้นคือห้ามทำเช่นนี้กับครีมที่มีส่วนผสมของ เรตินอยด์ วิตามินซี และ ไฮโดรควิโนน ในเปอร์เซ็นต์สูง เพราะจะทำให้ออกฤทธิ์แรงเกินไป และเกิดอาการระคายเคืองผิวหน้าได้

 6. ใช้เรตินอยด์ในยามก่อนนอนเท่านั้น

         ครีมบำรุงอย่างเรตินอยด์ที่ออกฤทธิต้านการเกิดริ้วรอยได้เป็นอย่างดี แต่เหมาะที่จะใช้ในเวลากลางคืนเท่านั้น เนื่องจากรังสียูวีที่มีอยู่ในแสงแดดจะรบกวนทำให้มันไม่สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ครีมจะทำงานได้ดีขึ้นในยามที่เราหลับ เพราะในขณะที่นอนอุณหภูมิของร่างกายจะสูงขึ้นราวครึ่งองศา เส้นเลือดฝอยอยู่ใกล้ผิวหนังมากขึ้น และขยายตัวกว่าปกติ ทำให้ผิวหนังสามารถดูดซับสารบำรุงได้ดีกว่า

  7. ใช้เซรั่มเพื่อการบำรุงผิวอย่างล้ำลึก

         เซรั่มเป็นการนำเอาสารบำรุงต่าง ๆ ที่เคยอยู่ในรูปของครีมหรือโลชั่น มาเป็นรูปของเหลว ซึ่งนอกจากจะเข้มข้นกว่าเพราะไม่ต้องถูกเจือจางด้วยเนื้อครีมแล้ว ยังซึมซับลงสู่ผิวง่ายกว่าด้วย หากอยากบำรุงผิวให้เห็นผลทันใจกว่าการใช้ครีมบำรุง เซรั่มบำรุงผิวสามารถตอบโจทย์ข้อนี้ของคุณได้ดีทีเดียวค่ะ

  8.จับคู่การบำรุงอย่างเหมาะสม

         การจับคู่ครีมบำรุงผิวให้เหมาะสมเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของครีมบำรุงผิวให้ดียิ่งขึ้น อย่างการจับคู่ระหว่างครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารกันแดดและสารแอนตี้ออกซิแดนท์ในตัว เนื่องจากในขณะที่ครีมกันแดดคอยปกป้องผิวจากรังสียูวี สารแอนตี้ออกซิแดนท์ก็จะทำงานได้ดีขึ้นเพื่อยับยั้งรังสียูวีที่อาจเล็ดลอดเข้ามาทำลายผิว และก่อตัวได้ดีขึ้นเพื่อยับยั้งปัจจัยอื่น ๆ ที่จะมาทำร้ายผิว หากครีมกันแดดที่คุณใช้ไม่มีส่วนผสมของสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ลองใช้ครีมอื่นที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ควบคู่ไปด้วยกันได้เช่นกัน นอกจากนี้ การจับคู่ระหว่างสารเรตินอยด์และไฮโดรควิโนน จะทำให้เกิดประสิทธิภาพสามารถลบเลือนจุดด่างดำได้ดียิ่งขึ้นด้วยค่ะ

         หากทำได้เช่นนี้ รับรองว่าสาว ๆ จะมีผิวสวยจากการได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่จากครีมบำรุงผิวที่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพแน่นอนค่ะ
สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่



คุณวราพร แคล้วศึก โทร 085-9083178

ดูรายละเอียดที่http://pannfit.blogspot.com/